เทศกาลฤดูหนาวของประเทศญี่ปุ่น - Hakodate Christmas Fantasy


จากที่เราเคยได้ยินว่า เจ้าเมืองท่าแห่งเกาะ Hokkaido ที่ชื่อ Hakodate นั้น ได้รับอิทธิพลต่างๆมากมายจากเมือง Halifax ประเทศ Canada ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของผังเมือง สถาปัตยกรรมของโบสถ์ ท่าเรือ ทำให้ความรู้สึกที่ไปเยือนเมืองนี้ ไม่ต่างอะไรจากเมืองในยุโรป ตอนที่ผมไปนั้น หิมะได้หยุดตกมาพักนึงแล้ว แต่ก็ยังคงให้เห็นถึงกองหิมะที่ถูกกวาดมารวมๆไว้ตามเสาไฟ ความโดดเด่นของเมืองนี้ ก็คือจุดชมวิวที่อยุ่บนยอดเขา Hakodate ที่มีความสวยงามไม่แพ้ที่ใดๆในโลก และจัดเป็นหนึ่งในสามของวิวบนยอดเขาที่สวยติดอันดับต้นๆของโลก รองจากเมืองเนเปิ้ลและฮ่องกง


ลักษณะเมืองนั้น เรียงตัวรอบภูเขา ท่าเรือเก่าแก่ถูกปรับเปลี่ยนเป็นห้าง มีรถรางวิ่งรับส่งรอบเมือง บรรยากาศไม่คึกคัก ดูสงบ เหมือนไม่มีอะไร แต่มีอะไรซ่อนอยู่มากมาย กาลเวลาของที่นี่ รู้สึกเคลื่อนไปอย่างช้าๆ ให้เรา ผู้มาเยือน ได้มีเวลาคิด ตรึกตรอง หลายสิ่งหลายอย่างที่ผ่านมา

ความหนาวของที่นี่ หนาวกร้าวร้าว บาดลึก แสบซ่านยามลมหนาวจับต้องที่ใบหน้า ธันวาคมนี้ที่จะไป ไม่รู้ว่าหิมะตกหรือยัง แต่ที่แน่ๆ ความหนาวคงไม่ต่างจากช่วงกุมภามากนัก

 เส้นทางที่ทอดยาวจากเนินเขา ทำให้มองเห็นท่าเรือได้อย่างชัดเจน


ไว้พบกับ Hakodate อีกครั้ง กับงาน Christmas Fantasy ที่จะถึงนี้นะครับ ส่วนใครที่สนใจนั้น
งานจัดวันที่ 1 ถึง 25 ธันวาคมครับ แถวหาด Suehiro Town นะครับ 

โฮกๆๆๆ
(ไม่ใช่ Santa Claus นะครับ)


Chantaburi - จันทบุรี:เมื่อไม่เหงา ภูเขา ท้องฟ้า ทะเล จัดให้ได้



เคยเป็นบางไหมครับ อารมณ์อยู่ดีๆ ก็อยากไปทะเล ผมเองเป็นคนกรุงเทพฯ ทะเลที่ใกล้ที่สุด ก็คงไม่พ้น บางขุนเทียน แต่ที่นั่น ก็คงเป็นได้เพียงทะเลให้เรายืนมอง เพราะขวางกั้นด้วยดินเลน ดังนั้น ใกล้กว่านั้นก็คงไม่พ้นชลบุรี ซึ่งผมไปบ่อยมาก คราวนี้ เลยขับเลยไปอีก(ไม่หน่อย) จันทบุรี ...

ใครที่ไปไกลขนาดนั้น คงหาที่พักในเมือง เข้าท่องเที่ยวในตลาด ดูโบสถ์เก่าๆ แต่ผมเอง ไปนั่งมองทะเล รับลม ชมพระอาทิตย์ตก แล้วก็กลับ.... ครับ กว่าสามร้อยกิโลเมตร ขับไป ขับกลับ เหมือนคนว่างงาน ..ซึ่งจริงๆแล้ว งานไม่ว่าง แต่เป็นหัวสมองที่ว่าง ปล่อยวาง เลยทำให้ขับรถไปได้เรื่อยๆ 

ทะเลมันก็ทะเลเดียวกับบางแสนนะแหละครับ ท้องฟ้าเดียวกัน พระอาทิตย์ดวงเดียวกัน (น่าจะเค็มเหมือนกันด้วย) แต่แค่มองมันจากมุมที่แตกต่างกัน คงเหมือนกับสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรา ถ้าเราเลือกที่จะมองมันจากด้านใดด้านหนึ่งเพียงด้านเดียว ยึดติดแต่สิ่งที่เห็นเพียงด้านเดียว แล้วก็อนุมานเองว่า มันต้องเป็นอย่างนั้น อย่างนี้แน่ๆ ด้านในก็คงเหมือนกัน ก็คงน่าเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้มองเห็นอีกด้านนึง ซึ่งอาจจะสวยงามกว่า ก็เป็นได้...

ทะเล โขดหิน สีน้ำเขียวๆและท้องฟ้าสีฟ้าคราม
เสียงคลื่นซัดผ่านโขดหินบรรเลงเสียงกล่อมให้ผุ้มาเยือนได้เพลิดเพลิน

เพราะมุมนี้แหละ ทำให้ผมอยากไปเห็นทะเลจันทบุรี

เม็ดทราย ที่ชายหาด ดูสีทองเมื่อต้องแสงอาทิตย์ ละเอียดและไร้สิ่งเจือปน

 ถ่ายภาพให้ Under ลงเพื่อขับฟองคลื่นให้เห็นความละเอียดได้ชัด

ทะเลว่างๆ ไม่มีคนก็ว่าเหงา แต่เหลือคนเล่นแค่คนเดียว ยิ่งดูเหงากว่า...

พระอาทิตย์ตั้งท่าจะลาขอบฟ้าแล้ว เตรียมตัวได้เวลากลับบ้าน

ดอกหญ้าริมผา พริ้วไหว ราวกับมันโบกมือลาพระอาทิตย์

เมื่อดวงอาทิตย์เหลือเพียงจุดเสี้ยวเล็กๆ ไม่มีอะไรที่อยุ่ยั่งยืน ไม่ว่าสุข หรือทุกข์

แสงสุดท้าย ก่อน twilight จะมาเยือน

บอกลาด้วยสีแดงเพลิงแห่งท้องทะเล..

การถ่ายภาพธรรมชาติที่สวยงาม ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ แต่อยุ่ที่เวลา การเลือก moment of time ความอดทนในตัวเรา และโชคอีกเล็กน้อย : )

สายหมอกและลมหนาว ที่เขาค้อ

ปีนี้ ประเทศไทยเราเจออิทธิพลจาก El Nino ทำให้หลายๆจังหวัดในประเทศไทยเผชิญภาวะน้ำท่วมหนัก โดยเฉพาะภาคอีสานและกรุงเทพตอนบนแถวลพบุรี อยุธยา สิงห์บุรี ทำให้หลายๆคนคาดว่า หนาวนี้ ( 2010 ) ประเทศไทยเราอาจได้เจอความหนาวมากสุดในรอบ 30 ปี แต่อุตุฯ ไม่ได้บอกนะว่าจะหนาวนานเท่าไหร่ แต่ก็ขอให้เป็นหลักเดือน จากเดิมที่เป็นหลักวัน อิอิ

ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก ประมาณสี่ชั่วโมง ตามถนนหมายเลข  1 ผ่านลพบุรี เข้าสู่ตัวเมืองเพชรบูรณ์ที่อำเภอศรีเทพ ผ่านวิเชียรบุรี (ต้นตำรับไก่ย่างวิเชียรบุรี..ไว้คราวหน้าจะมาแนะนำร้านอร่อยกว่าร้านตาแป๊ะชื่อดัง)

สถานที่ผมชอบไปพักกางเต้นท์ เรียกว่า องค์การโทรศัพท์ ในอำเภอเขาค้อ เพราะเป็นจุดที่เราจะมองเห็นทะเลหมอกได้ชัดเจนในยามเช้า แต่ข้อเสีย สำหรับนักถ่ายภาพ ผมว่า พระอาทิตย์มันขึ้นด้านหลังของทะเลหมอก ทำให้ไม่มีแสง สาดส่องเข้ามาทางทะเลหมอก เพื่อสร้างมิติของภาพเท่าไหร่นัก แต่เรื่องความเย็น บรรยากาศที่สงบ ภายใต้แสงแดด และความไม่พลุกพล่านของผุ้คนที่ไปพัก ผมว่า ที่นี่ไม่เลวนัก สำหรับนักกางเต้นท์

หมอกอ่อนๆยามเช้า ออกมาต้อนรับนักท่องเที่ยว

ท้องฟ้าหน้าจุดกางเต้นท์ที่จะเกิดทะเลหมอก มาต้อนรับนักท่องเที่ยว

พระอาทิตย์ส่งแสงสุดท้าย ก่อนปล่อยหน้าที่ให้ดวงดาวทำงานต่อ

นักท่องเที่ยวที่ไปเขาค้อแล้วมักจะแวะทานกาแฟที่ร้าน Coffee Hill ซึ่งอยู่ไม่ไกลนักจากเขาค้อ นอกจากกระแฟอร่อยแล้ว บรรยากาศยังค่อนข้างดี ร้านอยู่ริมผาที่ฝั่งตรงข้ามนั้น มองเห็นภูเขาลูกใหญ่ขวางกั้น ถ้าไปช่วงหน้าฝนแล้ว จะเห็นทะเลหมอก ค่อยๆไต่ภูเขา ข้ามมาให้นักท่องเที่ยวได้ชม ยังไง ถ้าใครว่างๆ ก็ลองวางแผนเที่ยวหน้าหนาวนี้ดูกันนะครับ

ภาพร้านกาแฟ หายไปไหนรู้ เนื่องจากคนเขียน blog ค่อนข้างโก๊ะช่วงนี้ ไว้หาเพิ่มได้จะเอามาลงให้นะครับ -_-"

หน้าหนาวของไทยเราเอง คงหนีไม่พ้นเจ้าต้น poinsettia ที่ใบจะกลายเป็นสีแดงในช่วงหน้าหนาวของบ้านเรา

แล้วพบกันใหม่ blog หน้า กับดวงดาวบนยอดดอยเต่า หุหุ